โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 3

    เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา คณะกรรมการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้จัดการการประชุมออนไลน์เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินงานโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 3 ปีการศึกษา 2564 กับ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามโดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.นิรุต ถึงนาค อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์กนกวรรณ ศรีวาปี คณบดี คณะครุศาสตร์ และผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องร่วมรับฟังคำชีแจงและแนวทางในการดำเนินโครงการ ครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 3  โดยโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น นี้จะเป็นโครงการให้ทุนสำหรับนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลเพื่อจะเป็นครูรุ่นใหม่เพื่อพัฒนาคุณภาพโรงเรียนของชุมชน (Protected School/Standalone) โครงการนี้จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำให้กับโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล (Protected School หรือ Standalone) และเพิ่มโอกาสให้นักเรียนจากครอบครัวที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาสที่มีฐานะยากจนที่สุดร้อยละ 20 แรกของประเทศ ที่มีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดี และมีจิตวิญญาณความเป็นครูได้เรียนครูจนจบปริญญาตรีอย่างมีคุณภาพ ปีละประมาณ 300 คน จำนวน 5 รุ่นศึกษาจนจบตามหลักสูตรและได้รับการบรรจุเป็นครูรุ่นใหม่ในโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลระดับตำบลประมาณ 2,000 แห่ง ภายในระยะเวลา 10 ปี จะทำให้มีครูเพียงพอต่อความต้องการ ซี่งทางกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จะทำงานร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาที่เปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาตรี คณะครุศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ ที่ผ่านการคัดเลือกอย่างน้อย 10 แห่งในลักษณะเครือข่ายร่วมพัฒนาโดยสถาบันจะมีบทบาทในคัดเลือกผู้รับทุนร่วมกับโรงเรียนและผู้แทนชุมชน ให้ได้จำนวนปีละ 300 คน ต่อเนื่อง 5 ปี ตามเกณฑ์การพิจารณาซึ่งประกอบไปด้วยคุณสมบัติด้านเศรษฐกิจและสังคม ด้านผลการเรียน และด้านทัศนคติและยังสนับสนุนให้สถาบันเกิดการปรับกระบวนการเรียนการสอน และกิจกรรมสร้างเสริมความเป็นครูเพื่อให้ได้บัณฑิตครูคุณภาพตามเป้าหมาย, สอดคล้องบริบทโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลและเกิดเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาที่เข้มแข็งในการร่วมยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศอีกด้วย
     จากการเข้าร่วมประชุมเพื่อชีแจงแนวทางการดำเนินงานโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 3  ในครั้งนี้ทำให้คณะครุศาสตร์ (บ้านของครู)ได้มีแนวทางการผลิตครูใหม่ๆ ให้กับประเทศชาติ โดยทางคณะฯจะผลิต"ครูสารคาม สร้างคุณค่า สาระคน"  ไม่ว่าทางคณะครุศาสตร์จะได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม แต่คณะฯได้เห็นว่าทุกหน่วยงานในมหาวิทยาลัยจะสามารถหนุนเสริมการผลิตครูที่เป็นมากกว่าครูร่วมกับคณะฯได้ ซึ่งทางคณะฯจะต้องรวมพลังในการเป็นสถานบันการผลิตครูลำดับต้นๆ ของภูมิภาคและประเทศ เพื่อเป็นแปลงการศึกษาไทยต่อไป